[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by ATOMYMAXSITE 2.5
โรงเรียนบ้านหนองกก สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 1 (1 ตำบล 1 โรงเรียนคุณภาพ)
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป  
English Chinese (Simplified) Chinese (Traditional) French German Italian Japanese Korean Portuguese Russian Spanish Vietnamese Thai     
ค้นหา   
เมนูหลัก
ระบบสมาชิก
Username :
Password :
[ สมัครสมาชิก ] | [ ลืมรหัสผ่าน ]
สมาชิกทั้งหมด 2 คน
สมาชิกที่กำลังออนไลน์ 0 คน
ฝากข้อความ
ชื่อ :
ข้อความ

Close
:) :D :(
:o :p ;)
:| x( :~
(ตัวแสดงอารมณ์)

poll

   คุณคิดว่าเวปนี้เป็นอย่างไร


  1. ดีมาก
  2. ดี
  3. ปานกลาง
  4. แย่
  5. แย่มาก


ค้นหาจาก google
หมวดหมู่ blog

  

นวัตกรรมทางการศึกษา
    เรื่อง : การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้วยชุดฝึกปฏิบัติโดยใช้เทคนิค STAD เรื่องการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ (ภาษาซี) สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4

เจ้าของผลงาน : นางสมพร ศรีจำปา
พฤหัสบดี ที่ 9 เดือน มีนาคม พ.ศ.2560
เข้าชม : 67    จำนวนการดาวน์โหลด : 22 ครั้ง
5 stars เฉลี่ย : 5 จาก 1 ครั้ง.

บทคัดย่อ :
บทคัดย่อ
 
          การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้วยชุดฝึกปฏิบัติโดยใช้เทคนิค STAD  เรื่องการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ (ภาษาซี) สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์คือ
1) เพื่อพัฒนาชุดฝึกปฏิบัติโดยใช้เทคนิค STAD  เรื่องการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ (ภาษาซี)  
สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2) เพื่อศึกษาดัชนีประสิทธิผลของชุดฝึกปฏิบัติโดยใช้เทคนิค STAD  เรื่องการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ (ภาษาซี)  สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น 3) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่เรียนด้วยชุดฝึกปฏิบัติโดยใช้เทคนิค STAD  เรื่องการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ (ภาษาซี) 4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่เรียนด้วยชุดฝึกปฏิบัติโดยใช้เทคนิค STAD  เรื่องการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ (ภาษาซี)  สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในวิจัยครั้งนี้  คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/1 จำนวน 34 คน ที่กำลังศึกษาอยู่ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2559 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 29 จังหวัดศรีสะเกษ สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ ได้มาโดยการสุ่มแบบแบ่งกลุ่ม (Cluster Random Sampling) โดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยสุ่ม รูปแบบการวิจัยเป็นรูปแบบการวิจัยแบบทำการทดสอบก่อนและหลังการทดลอง (One Group Pretest - Posttest Design) ระยะเวลาในการทดลอง คือ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2559 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ เครื่องมือที่ใช้ในการจัดการเรียนรู้ได้แก่ 1) แผนการจัดการเรียนรู้ด้วยชุดฝึกปฏิบัติโดยใช้เทคนิค STAD  เรื่องการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ (ภาษาซี) สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 รายวิชาการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ (ภาษาซี) รหัสวิชา ง31242 กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี 2) ชุดฝึกปฏิบัติโดยใช้เทคนิค STAD  เรื่องการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ (ภาษาซี) สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น และเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ 1) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ (ภาษาซี) สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เป็นแบบทดสอบชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 40 ข้อ มีค่าความยากง่ายอยู่ระหว่าง 0.20-0.77 และค่าอำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง 0.21-0.96 และมีค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบเท่ากับ 0.93 2) แบบวัดความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยม ศึกษาปีที่ 4 ที่มีต่อชุดฝึกปฏิบัติโดยใช้เทคนิค STAD  เรื่องการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ (ภาษาซี) เป็นชนิดมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ จำนวน 15 ข้อ มีค่าอำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง 0.37–0.82 และมีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.95 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน  และทดสอบสมมติฐานโดยใช้สถิติ t-test (Dependent Samples)

           ผลการวิจัยปรากฏดังนี้
               1. ชุดฝึกปฏิบัติโดยใช้เทคนิค STAD เรื่องการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ (ภาษาซี) สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น มีประสิทธิภาพ 84.18/82.50 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ที่ตั้งไว้
               2. ชุดฝึกปฏิบัติโดยใช้เทคนิค STAD เรื่องการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ (ภาษาซี) สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น มีค่าดัชนีประสิทธิผลเท่ากับ 0.66 แสดงว่านักเรียนมีความก้าวหน้าในการเรียน คิดเป็นร้อยละ 66
               3. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่เรียนด้วยชุดฝึกปฏิบัติโดยใช้เทคนิค STAD เรื่องการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ (ภาษาซี) สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หลังจากเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
               4. ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่มีต่อการเรียนด้วยชุดฝึกปฏิบัติโดยใช้เทคนิค STAD เรื่องการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ (ภาษาซี) โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (= 4.50, S.D. = 0.71)  ด้านที่มีความพึงพอใจมากที่สุด 3 ลำดับแรก คือ ด้านที่ 2 การเรียนด้วยชุดฝึกปฏิบัติโดยใช้เทคนิค STAD ทำให้นักเรียนเข้าใจมากยิ่งขึ้น อยู่ในระดับมากที่สุด  (= 4.74, S.D. = 0.51) รองลงมาคือ ด้านที่ 3 ชุดฝึกปฏิบัติโดยใช้เทคนิค STAD ทำให้เกิดทักษะในการปฏิบัติกิจกรรม อยู่ในระดับมากที่สุด  (= 4.71, S.D. = 0.62) รองลงมาคือ ด้านที่ 4 เนื้อหาของชุดฝึกปฏิบัติโดยใช้เทคนิค STAD สามารถนำไปเป็นพื้นฐานในการศึกษาต่อได้ อยู่ในระดับมากที่สุด  (= 4.66, S.D. = 0.54) และด้านที่มีความพึงพอใจน้อยที่สุดคือ ด้านที่ 8 กิจกรรมในชุดฝึกปฏิบัติโดยใช้เทคนิค STAD เหมาะสมกับเวลา อยู่ในระดับมาก  (= 4.34, S.D. = 0.76)
               สรุปผลการวิจัยครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่าชุดฝึกปฏิบัติโดยใช้เทคนิค STAD  เรื่องการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ (ภาษาซี) สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เป็นสื่อในการจัดการเรียนรู้ที่สามารถพัฒนาการจัดการเรียนรู้  โดยเน้นนักเรียนเป็นสำคัญและเป็นประโยชน์กับนักเรียน  ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง ทำให้การจัดการเรียนรู้มีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล  สามารถพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียน ดังนั้นควรส่งเสริมและสนับสนุนให้ครูสาระการเรียนรู้อื่น ๆ หรือระดับชั้นอื่น ๆ นำชุดฝึกปฏิบัติโดยใช้เทคนิค STAD ไปเป็นนวัตกรรมในการจัดการเรียนรู้  เพื่อพัฒนาความรู้  ทักษะ เจตคติ และสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ตามเจตนารมณ์ของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ต่อไป


ดาวน์โหลด  ( บทคัดย่อ) 

นวัตกรรมทางการศึกษา 5 อันดับล่าสุด

      การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้วยชุดฝึกปฏิบัติโดยใช้เทคนิค STAD เรื่องการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ (ภาษาซี) สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 9/มี.ค./2560